Discover posts

Explore captivating content and diverse perspectives on our Discover page. Uncover fresh ideas and engage in meaningful conversations

Context graph อีกหนึ่ง วิธีที่ทำให้ ทำให้เราสามารถดึง context ร่วมกับ knowledge graph ได้ครับ https://www.facebook.com/photo?fbid=1352398740236206&set=a.419487336860689" --- Source: Data Karate - ดาต้าคาราเต้ https://www.facebook.com/groups/aitransformationhub/permalink/1652637226172096/

Picture

Vercel เพิ่งปล่อยผลทดสอบที่น่าสนใจมาก เปรียบเทียบระหว่าง 'Skills' (ระบบดึงข้อมูลแบบซับซ้อน) กับไฟล์ AGENTS.md ธรรมดาที่ยัด docs ไว้ข้างในเมื่อ 27 มกราที่ผ่านมา ครับบ ทางทีม Next.js (Jude Gao) ได้ทดสอบระบบ AI Agent เพื่อดูว่าวิธีไหนจะทำให้ AI เข้าใจและเขียนโค้ด Next.js 16 APIs ได้ถูกต้องที่สุด ระหว่าง agentMD VS skills" --- Source: ตื่นมาโค้ด Python by AGICAFET https://www.facebook.com/groups/aitransformationhub/permalink/1652668226168996/

Picture
image

สวนกระแส OpenCraw กลับมาซบ ChatGPT กันครับ ป.ล.เอาจริงช่วงนี้ติดแดงใน fb อยู่ เลยไม่ค่อยได้แชร์อะไร เพราะแชร์ไปก็ไม่ค่อยมีคนเห็น 🥲" --- Source: Chogo Visavayodhin https://www.facebook.com/groups/aitransformationhub/permalink/1652676982834787/

Picture

Check list มนุษย์ Toxic ☠️ ที่ไม่ควรรับเข้ามาอยู่ในองค์กร❌ 1. โทษคนอื่นเป็นนิสัย ไม่เคยมองว่าตัวเองพลาด ทำลาย Accountability ของทีม 2. ใช้คำว่า "ทีม" หนีความรับผิด ไม่เป็น Owner แต่ขอเครดิตเสมอ 3. เงียบต่อหน้า พูดลับหลัง บิดข้อมูล ทำให้ทีมสับสน ความจริงมีหลายชุด 4. ตั้งแก๊ง สร้างคลื่นใต้น้ำ แบ่งพรรคพวก ทำให้องค์กรกลายเป็นการเมือง 5. บ่นเก่ง แต่ไม่เสนอทางออก ดูฉลาดเรื่องปัญหา แต่ไม่ช่วยแก้ ทำลายพลังทีม 6. มองตัวเองเป็นเหยื่อตลอดเวลา ผูกทุก Feedback กับอารมณ์ ทำให้ทีมไม่กล้าพูดความจริง 7. ผิดซ้ำ รับผิดลอยๆ ไม่แก้จริง ไม่มีบทเรียน ไม่มีระบบ ปัญหาเดิมวนซ้ำ 8. รับเครดิตไว โยนความผิดเร็ว เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น ความไว้ใจพัง 9. ทำให้คนกลัว มากกว่าทำให้คนเก่ง คุมทีมด้วยความอายและความกดดัน ฆ่าความปลอดภัยทางใจ 10. เก่งแต่ทำลายคนอื่น ใช้ความเก่งเป็นใบอนุญาตดูถูกทีม 11. ไม่พัฒนา และถ่วงการเติบโต ติดอดีต ขวางการเปลี่ยนแปลง ล็อกสปีดองค์กร 12. ทำงานขอไปที ให้คนอื่นเช็ดตาม คุณภาพต่ำ แต่ภาระตกกับคนอื่น 13. ซ่อนปัญหา ไม่รายงานจนสาย กลัวเสียหน้า จนองค์กรเสียหายหนักกว่าเดิม 14. เลือกทำแต่งานที่ตัวเองดูดี หนีงานยาก งานเสี่ยง ทำให้ทีมเสียสมดุล 15. ทำลายมาตรฐานด้วยความ "หยวน" ปล่อยความผิดจนกลายเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีพฤติกรรมเหล่านี้ อย่าให้เข้าทีมเด็ดขาด เพราะไม่ว่าผลงานจะดีแค่ไหน ก็สามารถ ทำลายคนเก่ง ทีม และมาตรฐานองค์กร ได้ Toxic ไม่ได้วัดจากนิสัย แต่วัดจากผลลัพธ์ ถ้าพฤติกรรมของใคร ทำให้มาตรฐานตก คนเก่งหมดไฟ ทีมทำงานด้วยความกลัว คนนั้นคือ Toxic — ไม่ว่าผลงานจะดีแค่ไหนก็ตาม #แม่บ้านซีแอตเทิล #toxic #ToxicWorkplace #StopToxicPeople" --- Source: Airin Amp Rungbenjavanich https://www.facebook.com/groups/1309464184563002/permalink/1327808386061915/

Picture

ความเป็นจริงที่เจ็บปวดของการเมืองไทย สาเหตุที่คนไทย (บางส่วน) ไม่กลัว และการซื้อเสียงยังคงอยู่ได้ ไม่ใช่เพราะคนไทย 'ชอบทุจริต' มากกว่าชาติอื่น แต่เป็นเพราะ 'โครงสร้างสังคม' และ 'ความล้มเหลวของระบบ' นี่คือ 4 เหตุผลหลักที่ทำให้การซื้อเสียงในไทยยังคง 'เวิร์ก' อยู่ 1. ความยากจนและ 'เศรษฐกิจปากท้อง' (Immediate Need) สำหรับคนที่มีรายได้น้อยหรืออยู่ในสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง เงิน 500 หรือ 1,000 บาท ในวัน 'คืนหมาหอน' มันคือค่าอาหารหลายมื้อ หรือค่าของใช้ในบ้านได้เป็นอาทิตย์ • มุมมอง: ในขณะที่ 'นโยบายระดับประเทศ' เป็นเรื่องไกลตัวและไม่รู้ว่าจะได้จริงเมื่อไหร่ แต่ 'เงินสดในมือ' คือสิ่งที่ช่วยให้เขารอดได้ในวันนี้ • ต่างจากอเมริกา: ที่นั่นระบบสวัสดิการและการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานค่อนข้างทั่วถึงกว่า แรงจูงใจที่จะเสี่ยงคุกเพื่อเงินไม่กี่ร้อยบาทจึงน้อยมาก 2. ระบบ 'บุญคุณ' และ 'บารมี' (Patronage System) สังคมไทยมีความเป็น 'ระบบอุปถัมภ์' สูงมาก ในบางพื้นที่ 'คนแจกเงิน' ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็น: • ผู้ใหญ่บ้านที่เคยช่วยเรื่องลูกเข้าโรงเรียน • หัวคะแนนที่เคยช่วยงานศพ งานบวชในหมู่บ้าน • ความรู้สึก: คนรับเงินไม่ได้รู้สึกว่าตัวเอง 'ขายชาติ' แต่รู้สึกว่าเป็นการ 'ตอบแทนน้ำใจ' หรือ 'เกรงใจ' คนที่ดูแลกันมา 3. ความไม่เชื่อมั่นใน 'กระบวนการยุติธรรม' (Lack of Enforcement) ในอเมริกา FBI เอาจริงมาก แต่ในไทย: • ความเสี่ยงต่ำ: นานๆ ทีเราถึงจะเห็นผู้สมัครคนดังโดน 'ใบแดง' หรือติดคุกจริงๆ ส่วนใหญ่คดีมักจะเงียบหายไปหรือใช้เวลานานจนคนลืม • วัฒนธรรม 'ธุระไม่ใช่': การแจ้งเบาะแสในไทยอาจนำภัยมาสู่ตัว (อิทธิพลท้องถิ่น) และคนไทยมักรู้สึกว่า 'แจ้งไปก็เท่านั้น กกต. ก็ทำอะไรไม่ได้' 4. ความชินชาและ 'วาทกรรม: ใครมาก็เหมือนกัน' คนจำนวนมากผิดหวังกับการเมืองมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดความคิดที่ว่า: 'จะเลือกใครไป ชีวิตเราก็น่าจะเหมือนเดิม งั้นก็เอาเงินไว้ก่อน อย่างน้อยก็ได้ค่าน้ำมันรถ' ความคิดนี้ทำให้การซื้อเสียงกลายเป็นเรื่อง 'ธรรมเนียมปฏิบัติ' มากกว่าอาชญากรรมร้ายแรงในสายตาคนบางกลุ่ม ความแตกต่างที่สำคัญที่สุด ในสหรัฐฯ การซื้อเสียงถูกมองว่าเป็นการ 'ทำลายกติกา' แต่ในไทย (ในบางพื้นที่) การแจกเงินถูกมองว่าเป็น 'การแบ่งปันน้ำใจของผู้สมัคร' นี่คือช่องว่างทางทัศนคติที่ใหญ่มาก สรุปสั้นๆ: ที่คนไม่กลัว เพราะ 'ได้คุ้มเสีย' (เงินสดในมือ vs โอกาสโดนจับที่น้อยนิด) และ 'ความเกรงใจ' ในระบบอุปถัมภ์นั่นเอง มาวิเคราะห์ในมุมอเมริกากันค่ะ เหตุผลที่คนอเมริกาไม่ 'เดินแจกตังค์' ตามบ้านเหมือนบ้านเรา ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนดีกว่าเรา แต่เป็นเพราะ 'ระบบมันบีบจนทำไม่ได้' และ 'ทำไปก็ไม่คุ้ม' โดยมีเหตุผลหลัก 4 ข้อดังนี้: 1. ระบบตรวจสอบ 'Follow the Money' (ตามรอยเงิน) อเมริกาเข้มงวดเรื่องเส้นทางการเงินมาก • ธนาคารตรวจสอบเข้ม: การจะเบิกเงินสดจำนวนมหาศาล (เช่น หลักล้านบาท) ออกมาโดยไม่มีที่มาที่ไปเป็นเรื่องยากและถูกรายงานไปยังสรรพากรและ FBI ทันที • ตรวจสอบบัญชีหาเสียง: นักการเมืองอเมริกาต้องรายงานเงินบริจาคและรายจ่ายทุกดอลลาร์ ถ้าจู่ๆ มีเงินหายไปหรือมีรายจ่ายแปลกๆ จะโดนฝ่ายตรงข้ามขุดคุ้ยและโดนตรวจสอบทางกฎหมายทันที 2. ขนาดยังใหญ่เกินกว่าจะ 'ซื้อไหว' (Scalability) การเลือกตั้งในอเมริกามีสเกลที่ใหญ่มาก • ในไทย บางเขตแพ้ชนะกันแค่ไม่กี่ร้อยคะแนน การแจกเงินหลักหมื่นคนอาจจะเปลี่ยนผลได้ • ในอเมริกา เขตหนึ่งมีคนเป็นแสนเป็นล้านคน ถ้าจะซื้อให้เห็นผลต้องใช้เงินมหาศาลจนไม่มีใครจ่ายไหว การเอาเงินจำนวนนั้นไปซื้อ 'โฆษณาใน Facebook หรือ TV' จะเข้าถึงคนได้มากกว่าและถูกกฎหมายด้วย 3. 'คืนหมาหอน' ไม่มีอยู่จริง (Early Voting) ไทยเราเน้นเลือกตั้งวันเดียว ทำให้เงินสะพัดมากในคืนก่อนเลือกตั้ง แต่อเมริกา: • มีระบบ Early Voting (เลือกตั้งล่วงหน้าเป็นเดือน) และ Mail-in Ballot (ส่งทางไปรษณีย์) • คนทยอยลงคะแนนกันมาเป็นสัปดาห์ๆ หัวคะแนนจึงไม่รู้จะไป 'ดักแจก' วันไหนถึงจะขลัง เพราะคนส่วนใหญ่ลงคะแนนไปหมดแล้ว 4. ความเสี่ยงทางคดี (The FBI Factor) อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ FBI เขามีหน่วยงาน 'Public Integrity Section' ที่จ้องเรื่องนี้โดยเฉพาะ • คนอเมริกันส่วนใหญ่มีค่านิยมว่า ถ้ามีใครมาให้เงินเพื่อแลกคะแนน เขาจะมองว่าเป็น 'การดูถูกสิทธิของเขา' และเลือกที่จะแจ้งตำรวจมากกว่าจะรับเงิน • โทษติดคุก 5 ปีและเสียสิทธิพลเมืองตลอดชีวิต สำหรับคนอเมริกาคือการ 'ตายทั้งเป็น' ในเชิงสังคมและอาชีพการงาน สรุปภาพรวม: ในขณะที่ไทยยังสู้กับการ 'ซื้อเสียงแบบค้าปลีก' (เดินแจกเงิน) แต่อเมริกาขยับไปสู่การ 'ซื้อเสียงแบบค้าส่ง' (การล็อบบี้และโฆษณา) เขาไม่ได้เลิกใช้เงินคุมการเมือง แต่เขาเปลี่ยนจากการจ่ายเงินให้ 'คนเลือก' มาเป็นการจ่ายเงินให้ 'ระบบ' เพื่อสร้างภาพลักษณ์และโน้มน้าวใจแทน ซึ่งดูเป็นมืออาชีพและตรวจสอบได้ยากกว่ามาก เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดว่าทำไมไทยยังทำแล้วเวิร์ก 1. ระบบอุปถัมภ์ (ไทย) vs ระบบนโยบาย (อเมริกา) • ไทย: การแจกเงินไม่ใช่แค่เรื่อง 'ซื้อ-ขาย' แต่มันคือการ 'ฝากเนื้อฝากตัว' ในสังคมชนบทหรือชุมชนแออัด หัวคะแนนมักเป็นคนรู้จัก (ผู้ใหญ่บ้าน, ประธานชุมชน) การรับเงินคือการแสดงความเกรงใจและรักษาน้ำใจกัน ทำให้การซื้อเสียงได้ผลเพราะคนไทยมีพื้นฐานเรื่อง 'กตัญญูและเกรงใจ' • อเมริกา: ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครกับชาวบ้านเป็นแบบ 'ลูกค้ากับผู้ให้บริการ' คนอเมริกันเลือกเพราะ 'คุณจะทำอะไรให้ฉัน' (นโยบาย) มากกว่า 'คุณเป็นใคร' การเดินแจกเงินจึงดูแปลกแยกและน่าสงสัยในสายตาพวกเขา 2. ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ (จุดที่ไทยยังเวิร์ก) • ไทย: เงิน 500-1,000 บาท มีมูลค่าสูงสำหรับคนรายได้น้อย มันคือค่ากับข้าวหรือค่าน้ำมัน นี่คือการ 'กินสั้น' ที่เห็นผลทันที • อเมริกา: ค่าครองชีพสูงมาก เงิน $20-$50 (ซึ่งเทียบเท่า 500-1,000 บาท) แทบจะซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ในอเมริกา แรงจูงใจที่จะเสี่ยงคุกเพื่อเงินแค่นี้จึงต่ำมาก นักการเมืองอเมริกาจึงเลือกใช้เงินไปกับการทำ 'Social Engineering' หรือการล้างสมองผ่านสื่อเพื่อให้คนคล้อยตาม (การกินยาว) แทน 3. ระบบจัดการ 'ความเสี่ยง' • ไทย: การตรวจสอบมักจะตามหลังคนโกงหนึ่งก้าวเสมอ การพิสูจน์ 'ใบแดง' ทำได้ยากและใช้เวลานาน ทำให้คนจ้างรู้สึกว่า 'คุ้มที่จะเสี่ยง' เพราะถ้าชนะแล้วได้เป็นรัฐบาล ผลประโยชน์ที่ได้คืนมามันมหาศาลกว่าค่าจ้างและค่าปรับหลายเท่า • อเมริกา: ระบบฐานข้อมูลดิจิทัลและการตรวจสอบของ FBI เข้มข้นมาก ถ้ามีการถอนเงินสดก้อนใหญ่มาแจก ระบบจะตรวจจับได้ทันที ความเสี่ยงที่จะ 'หมดอนาคต' มันสูงเกินไปสำหรับนักการเมืองอาชีพ ในอเมริกา เขาไม่ได้ 'คลีน' กว่าเรา แต่เขาเปลี่ยนจากการ 'ซื้อเสียงรายหัว' เป็นการ 'ซื้อนโยบายผ่านการล็อบบี้' ซึ่งคนไทยเริ่มมีเทรนด์นี้เหมือนกัน คือคนรุ่นใหม่เริ่มไม่เอาเงินแล้ว แต่จะดูที่ 'นโยบายพรรค' แทน ป.ล. หมายเหตุ: ข้อมูลและบทวิเคราะห์ทั้งหมดนี้ เป็นการประมวลผลและวิเคราะห์โดย AI จากฐานข้อมูลพฤติกรรมการเมือง กฎหมายเลือกตั้ง และสถานการณ์อัปเดตล่าสุด เพื่อให้เห็นมุมมองเชิงเปรียบเทียบที่รอบด้านที่สุด #แม่บ้านซีแอตเทิล" --- Source: Airin Amp Rungbenjavanich https://www.facebook.com/groups/1309464184563002/permalink/1328239059352181/

Picture

อเมริกาชัตดาวน์! 🇺🇸สรุปหน่วยงานไหนปิด-เปิด และสิ่งที่คนไทยในสหรัฐฯ ต้องรู้...!!!!! อัปเดตสถานการณ์: ทำไมถึงชัตดาวน์? • สาเหตุหลัก: เกิดความขัดแย้งเรื่องงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และนโยบายคนเข้าเมือง โดยเฉพาะประเด็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ICE หลังจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงผู้ประท้วงในมินนีแอโพลิส • สถานะปัจจุบัน: วุฒิสภาผ่านร่างงบประมาณแล้ว แต่สภาผู้แทนราษฎร (House) ปิดสมัยประชุมไปก่อนและจะกลับมาโหวตใน วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ * แนวโน้ม: คาดว่าจะเป็นการชัตดาวน์ระยะสั้น (Short-lived) เพียงไม่กี่วัน และจะกลับมาเปิดปกติหลังจากสภาผู้แทนฯ โหวตในวันจันทร์ หน่วยงานไหน 'ปิด' และ 'เปิด' บ้าง? ครั้งนี้เป็นการชัตดาวน์ 'บางส่วน' เพราะงบประมาณครึ่งหนึ่ง (6 จาก 12 ฉบับ) ได้รับการอนุมัติไปก่อนแล้ว • ✅ ยังเปิดปกติ: * อุทยานแห่งชาติ (National Parks): รอบนี้ไม่ปิด เพราะงบกระทรวงมหาดไทยผ่านแล้ว • ไปรษณีย์ (USPS): ส่งของได้ปกติ • สวัสดิการสังคม: เช็ค Social Security, Medicare และเงินช่วยเหลือค่าอาหาร (SNAP) ยังส่งถึงมือปกติ • การบิน: TSA และเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศยังทำงาน (แต่อาจทำงานโดยยังไม่ได้รับค่าจ้างชั่วคราว) • ❌ ได้รับผลกระทบ (ปิดหรือล่าช้า): • DHS & กลาโหม (Pentagon): งบสะดุดชั่วคราว เจ้าหน้าที่ระดับไม่เร่งด่วนอาจต้องพักงาน (Furlough) • กระทรวงการต่างประเทศ: การทำพาสปอร์ตหรือวีซ่าใหม่อาจล่าช้าลง • SBA: การอนุมัติเงินกู้ธุรกิจใหม่จะหยุดชะงัก เราต้องทำยังไง? 1. ถ้ามีนัดหมายกับรัฐ: หากมีนัดทำพาสปอร์ตหรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวกับความมั่นคง/แรงงาน ให้เช็กหน้าเว็บหน่วยงานนั้นๆ ก่อนเดินทาง เพราะอาจมีการเลื่อนนัด 2. นักลงทุน: จับตา 'ราคาทองคำ' และ 'ค่าเงินดอลลาร์' เพราะข่าวชัตดาวน์มักทำให้ตลาดผันผวน (ล่าสุดราคาทองในไทยมีความเคลื่อนไหวรุนแรง) 3. ใช้ชีวิตปกติ: เนื่องจากรอบนี้คาดว่าจะจบเร็วภายในต้นสัปดาห์หน้า ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนทั่วไปจึงมีน้อยมาก ไม่ต้องตื่นตระหนกครับ 4. ติดตามข่าววันจันทร์: รอฟังผลการโหวตของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดหน่วยงานทั้งหมดอีกครั้ง 1. ผลกระทบต่อประชาชน (แบ่งตามกลุ่มเป้าหมาย) 🏥 ผู้รับสวัสดิการรัฐ (Social Security & Medicare) • สิ่งที่ยังดำเนินต่อ: การจ่ายเงินบำนาญ (Social Security) และสวัสดิการ Medicare ยังคงมีอยู่ เพราะเป็นงบประมาณผูกพันถาวร • ผลกระทบ: การขอรับบัตรใหม่ หรือการติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับสิทธิ์ใหม่จะทำได้ยากหรือล่าช้ามากเนื่องจากเจ้าหน้าที่บางส่วนถูกพักงาน (Furlough) ✈️ นักเดินทางและนักท่องเที่ยว • สนามบิน: การทำงานของเจ้าหน้าที่ TSA (ตรวจความปลอดภัย) และ Air Traffic Control เป็นงาน 'จำเป็น' (Essential) จึงต้องทำงานต่อ แต่พวกเขาจะไม่ได้รับเงินเดือนจนกว่าชัตดาวน์จะจบ ซึ่งอาจนำไปสู่การลาป่วยประท้วง ทำให้แถวคิวยาวขึ้นหรือเที่ยวบินดีเลย์ • พาสปอร์ต/วีซ่า: แม้สำนักงานกงสุลจะใช้เงินรายได้จากค่าธรรมเนียม แต่หากตั้งอยู่ในอาคารรัฐบาลที่ถูกสั่งปิด อาจส่งผลให้การทำพาสปอร์ตหรือวีซ่าล่าช้า 💼 พนักงานรัฐและคู่สัญญา (Contractors) • พนักงานรัฐ: กว่า 800,000 คนอาจต้องหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน (Furloughed) หรือต้องทำงานโดยยังไม่รู้ว่าจะได้เงินเมื่อไหร่ (ทำงานฟรีไปก่อน) • คู่สัญญาเอกชน: บริษัทที่รับงานรัฐอาจถูกสั่งหยุดงานทันที (Stop-work order) และมักจะไม่ได้รับค่าชดเชยย้อนหลังเหมือนพนักงานประจำของรัฐ 🌳 อุทยานและพิพิธภัณฑ์ • ข่าวดีรอบนี้: สำหรับปี 2026 งบประมาณในส่วน National Parks และพิพิธภัณฑ์ Smithsonian บางส่วนได้รับการอนุมัติไปก่อนหน้าแล้ว จึงอาจยังเปิดให้บริการได้ในบางพื้นที่ แต่อาจมีการลดบริการ เช่น ห้องน้ำปิด หรือไม่มีเจ้าหน้าที่นำเที่ยว วิธีการเตรียมตัวอย่างมืออาชีพ หากคุณต้องใช้ชีวิตหรือทำธุรกิจในช่วงนี้ ควรวางแผนดังนี้: ✅ สำหรับบุคคลทั่วไป: 1. เร่งดำเนินการเรื่องเอกสาร: หากต้องต่ออายุพาสปอร์ต วีซ่า หรือใบอนุญาตขับขี่ (ระดับรัฐบาลกลาง) ให้รีบทำทันทีหรือเตรียมใจรับการล่าช้า 2. ตรวจสอบแผนการเดินทาง: เผื่อเวลาที่สนามบินมากขึ้นอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงจากปกติ เพราะจำนวนเจ้าหน้าที่อาจลดลง 3. สำรองเงินสด: สำหรับพนักงานรัฐหรือผู้ที่พึ่งพารายได้จากรัฐ ควรทำ 'งบประมาณฉุกเฉิน' ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ✅ สำหรับนักลงทุนและนักธุรกิจ: 1. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ: ในช่วงชัตดาวน์ หน่วยงานอย่าง Bureau of Labor Statistics อาจ ไม่ประกาศตัวเลขสำคัญ (เช่น อัตราว่างงาน, CPI) ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นผันผวนเพราะขาดข้อมูลอ้างอิง 2. ระวังค่าเงินดอลลาร์: ประวัติศาสตร์ชี้ว่าดอลลาร์มักจะอ่อนค่าลงชั่วคราวในช่วงที่การเมืองไม่แน่นอน 3. ติดต่อเจ้าหน้าที่คู่สัญญา: หากคุณเป็นซัพพลายเออร์ให้รัฐบาลสหรัฐฯ ควรประสานงานกับ Contracting Officer ก่อนที่เขาจะถูกพักงานเพื่อยืนยันสถานะโครงการ #แม่บ้านซีแอตเทิล #USShutdown2026 #อเมริกาชัตดาวน์ #ข่าวต่างประเทศ #สหรัฐอเมริกา #วิกฤตงบประมาณ #PoliticsUpdate" --- Source: Airin Amp Rungbenjavanich https://www.facebook.com/groups/1309464184563002/permalink/1328573912652029/

Picture

เดินอย่างไรให้พุงยุบ

image

#AiimageIsNotReal ทำเเล้วอย่าลืมเอามาอวดด้วยนะครับ #GeminiAI 1. Open Gemini 📲 2. Upload Your Photo 📸 3. Paste The Prompt 👇 A high-end, cinematic upper-body shot of the young man from the reference image with the exact same facial features, but with a significantly more muscular and buff physique. He has thick black hair styled in a voluminous 6/4 side part with lifted roots and a slight fringe. His skin is fair and matte, with deep eyes and matte peach-pink lips. He is wearing a tight-fitting white dress shirt with sleeves rolled up to the elbows, revealing powerful, muscular forearms and a broad chest, topped with a snug navy blue waistcoat. Accessories include a subtle patterned tie, a gold stylized cross brooch, a polished brown leather belt, and a luxury gold watch. He stands at a slight angle in a luxurious, classic-meets-modern billiard room with dark moss green walls and matching pendant lights. He holds a billiard cue vertically in one hand, with the other hand resting lightly on the table. The camera is at a low angle (as if placed on the billiard table), making him look imposing and powerful. He looks down at the lens with a confident, challenging gaze. Foreground shows a corner of the billiard table, partially obscuring his lower body. Background features other billiard tables and red velvet sofa."

Picture

#aiไม่ใช่ภาพจริง #gemini #prompt Main Prompt: A high-quality, photorealistic portrait of an Asian man around 30 years old, well-proportioned and healthy. He is standing casually, leaning against a large tree trunk along a seaside coast. His posture is relaxed, with a slight tilt in his body and most of his weight resting on one leg. One hand is tucked into his shorts pocket, while the other hangs naturally by his side. His head is turned toward the sea, gazing slightly into the distance. His expression is calm, composed, and thoughtful, conveying a sense of relaxation, freedom, and quiet contemplation. 👤 Character Description: Asian male, approximately 28–32 years old Defined facial structure, mature and gentle appearance Natural Asian skin tone with visible real skin texture, not overly smooth Fully realistic human appearance (no cartoon or illustration elements) 💇‍♂️ Hair & Sunglasses: Short to medium-length hair, black or dark brown Natural hairstyle, not heavily styled or stiff Wearing simple, minimal sunglasses with dark lenses No strong reflections on the lenses 👕 Clothing (Authentic & Practical): Dark blue or indigo short-sleeve T-shirt Light blue or blue-green shorts White or light blue sneakers Light-colored socks, casual summer style Clothing looks practical and worn naturally, with visible fabric texture Not overly fashionable or stylized 🌊 Environment & Setting: Seaside coastline with scattered rocks of various sizes Blue-green ocean with gentle waves Bright blue sky with large white clouds adding depth Summer atmosphere, clear air, fresh and open feeling 💡 Lighting: Natural daylight, from midday to early afternoon Side lighting from the sun, creating soft shadows on the face and body Realistic tree shadows cast across the rocky ground Subtle light reflections from the sea adding dimension to skin and clothing 🎨 Color Tone & Mood: Natural yet vibrant color palette Dominant tones: blue, teal, and green Calm, free, and peaceful seaside lifestyle atmosphere Travel lifestyle photography mood & tone 📷 Photography Style & Quality: Photorealistic outdoor portrait Cinematic natural photography Slight shallow depth of field Realistic color grading Ultra-high resolution, sharp focus No cartoon, anime, or illustration qualities 🚫 Negative Prompt: anime, manga, cartoon, illustration, flat color, vector art, painterly style, low detail, CGI, 3D render, plastic skin, unreal lighting, oversaturated ถ้าต้องการ:" --- Source: Jeerasak Charoensin https://www.facebook.com/groups/346816674428957/permalink/946651871112098/

Picture

แจก Prompt ตามกระแสนี้ดดนึง 👇👇👇 #สร้างภาพจากAIไม่ใช่ภาพจริง​ พัฒนา prompt​ ต่อจาก : #สโมสรอะสัง สร้างคำสั่งสร้างรูปด้วย #Gemini ทำให้เคลื่อนไหวด้วย #MetaAI​ 'การกระทำ': 'dalle.text2im' 'action_input': '{ 'prompt': 'ภาพถ่ายเต็มตัวของหญิงไทยหน้าตาทรงผมตามรูปแนบ100%ห้ามเปลี่ยน' เธอมีรูปร่างสมส่วน เธอสวมชุดไทยฟิวชั่นร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว: ส่วนบนของร่างกายมีผ้าไหมลำพูนหรูหราสีงาช้างทองและสีน้ำเงิน พร้อมซับในสีทอง พาดพาดบนไหล่ข้างหนึ่ง เผยให้เห็นช่วงกลางลำตัวและลำตัว ส่วนล่างของร่างกายประกอบด้วยกางเกงยีนส์หลวมสีน้ำเงินขนาดใหญ่ (รูปทรงทรงกระบอกขนาดใหญ่) ที่มีลวดลายผ้าไหมที่เข้ากับผ้าซาไบที่สอดเข้าไปตามตะเข็บด้านข้างตั้งแต่เอวลงไป เธอประดับด้วยเครื่องประดับทองคำแบบดั้งเดิม รวมถึงเข็มขัดทองคำที่ประดับประดา สร้อยคอ และกำไลแกะสลัก เธอสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว Adidas​ และถือกระเป๋าถือโลหะสีเงินขนาดเล็กที่แกะสลักอย่างประณีต เธอยืนอยู่ในท่าทางผ่อนคลายด้วยรอยยิ้มที่สดใสและเป็นมิตร ฉากหลัง: แม่น้ำเจ้าพระยาที่มองเห็นวัดอรุณ (วัดอรุณ) ได้อย่างชัดเจนในแสงยามเช้า รายละเอียดสูง ความละเอียด 8K โฟกัสคมชัด สไตล์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพ }', 'ความคิด': ผู้ใช้ต้องการภาพถ่ายเต็มตัวของหญิงคนนั้นจากภาพถ่ายที่อัปโหลด แต่แต่งกายด้วยชุดไทยร่วมสมัยที่เฉพาะเจาะจง (สบายผสมผสานกับกางเกงยีนส์หลวมๆ) ฉันจะใช้ลักษณะใบหน้าจากภาพที่ให้มา และติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับเสื้อผ้าและคำบรรยายพื้นหลัง เพื่อสร้างภาพที่มีคุณภาพสูง } ** เพื่อนๆ ลองปรับทรงผม สีผม/ผิว เสื้อผ้า บรรยากาศ ให้เป็นตัวเรา ขอให้สนุกนะคะ✌️**" --- Source: Madam Poker Face คุณนายแม่หน้านิ่ง https://www.facebook.com/groups/346816674428957/permalink/946652391112046/